5 เหตุผลที่ สาหร่ายเกลียวทอง ได้ถูกนำมาใช้เป็นอาหารในการฟื้นฟูสุขภาพ
มีดังนี้คือ
การอดอาหารเช้าเป็นพฤติกรรมสร้างโรคของผู้คนในยุคปัจจุบัน
สังคมที่เร่งรีบมักจะละเลยไม่ให้ความสำคัญ ปัจจุบันหลายบ้านหลายออฟฟิศมักจะทานกาแฟและขนมปังตามกระแสวัฒนธรรมตะวันตก
อยากให้ลองระลึกความหลังคิดถึงเมื่อเรายังเป็นเด็กนักเรียนต้องทานข้าวเช้าทุกวัน แต่โดนสับเปลี่ยนเป็นกาแฟ ขนมปัง
โดยที่เราแทบจะไม่รู้ตัว
ทั้งๆที่ราคาสูงกว่าและประโยชน์ที่ได้ต่างจากข้าวแกง พะแนงไข่ดาว
ข้าวกระเพราไก่ไข่เจียว ผัดผักรวมมิตร แกงมะระยัดไส้หมู
อาหารเช้าเหล่านี้จะถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารที่เป็นกรดย่อยจนขนาดเล็กลงและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือด
สร้างพลังงานให้เราทั้งวันขอย้ำอีกครั้งนะค่ะว่าทั้งวันการันตีโดยพระสายปฏิบัติทั่วประเทศ
ท่านฉันมื้อเดียวก็อยู่ได้ทั้งวันแถมยังต้องใช้แรงเดินทางไกลบิณฑบาต
ไม่ได้นั่งขยับแค่นิ้วมือเหมือนคนเมืองเสียด้วย
การทานอาหารเช้านั้น ควรทานช่วงเวลา 7:00
– 9:00 น. เป็นช่วงเวลา 2
ชั่วโมงอันมีค่าในการย่อยอาหารของร่างกายเพราะเป็นเวลาของลมปราณกระเพาะอาหารตามนาฬิกาชีวิต
ใครที่ไม่ค่อยทานอาหารเช้า หรือ
ชอบทานอาหารแบบรวบยอดทีเดียวตอนเที่ยง
สังเกตได้ว่าริมฝีปากจะไม่ค่อยมีสีเพราะเม็ดเลือดน้อย ลิ้นไม่มีเลือดฝาด
ริมฝีปากบนแห้ง ง่วงนอนง่าย
ออกกำลังกายแล้วมึนศีรษะ
และมีอาการอยากทานกาแฟหรือของหวานเพราะขาดพลังงานต้องใช้ตัวช่วย
บางท่านก็ติดกาแฟไปเลยทานกันแก้วต่อแก้ว
เมื่ออาหารเช้าคือสิ่งจำเป็น
ในการมีสุขภาพที่แข็งแรง สาหร่ายเกลียวทอง จึงถูกนำมาเป็นตัวแทนของอาหารเช้าที่มีประโยชน์
โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นคือ
มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่
โดยเฉพาะโปรตีนที่เข้มข้น สูงถึง 70%
จึงเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีของมนุษย์และสัตว์
โดยโปรตีนจากสาหร่ายเหนือกว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองและเนื้อสัตว์
คือ สามารถย่อย และดูดซึมได้ถึง 90% ดังนั้นจึงแทบไม่เหลือของเสียตกค้างในร่างกาย
และอีกสาเหตุที่สำคัญ
คือ สาหร่ายเกลียวทองช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารได้ดี
ซึ่งกระเพาะอาหารที่ย่อยได้ไม่ดี คือต้นเหตุของอาการป่วยต่างๆ
โดยคลอโรฟิลล์ในสาหร่ายเกลียวทองช่วยเคลือบแผลที่อักเสบของกระเพาะอาหารยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยผิดปกติ และลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าสาหร่ายเกลียวทอง
มีเมสาฟิรีน (mesafirine) ซึ่งเป็นตัวยับยั้งการเกิดแผลเปื่อยที่มีประสิทธิ ภาพตัวหนึ่ง
)
2.ลดคอเลสเตอรอล
ไขมันคอเลสเตอรอล คือระเบิดเวลาของชีวิตคอยคร่าชีวิตคนรอบตัวโดยไม่ทันได้ร่ำลาซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอาหาร การกินที่มีไขมันตัวร้าย(ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์) ที่จะคอยลดพื้นที่ผนังหลอดเลือดของเราให้เล็กลงทุกวัน
จนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวกเกิดเป็นโรคหัวใจโรคความดันสูง หลอดเลือดตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาติ ต่างๆ
สาหร่ายเกลียวทอง เป็นอาหารที่ช่วยเสริมบำรุงให้ตับสามารถสร้าง HDL(ไขมันชนิดดี)ได้เอง ซึ่งหน้าที่ของ HDL คือทำหน้าที่ขนส่ง cholesterol และ กรดไขมัน จากส่วนต่างๆ
ของร่างกายไปที่ตับเพื่อทำลาย
ดังนั้นการมี HDL ในปริมาณมากยิ่งทำให้ห่างไกลต่อโรคระบบหลอดเลือด
สาหร่ายเกลียวทอง มีกรดแกมม่าไลโนเลนิก (GLA) สูงกว่าพืชชนิดอื่น
ๆ
ซึ่งกรดนี้มีคุณสมบัติ ช่วยลดไขมันในเลือด
ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการข้ออักเสบ ปวดประจำเดือน ผิวหนังอักเสบ และสิวฝ้า
3.ต้านอนุมูลอิสระ
“อนุมูลอิสระ(free radical)” สร้างขึ้นจากกระบวนการปกติในร่างกาย
อาทิเช่น การหายใจ การย่อยอาหาร
การผลิตพลังงาน
รวมทั้งปัจจัยภายนอกบางอย่างเช่นความเครียด รังสียูวี มลภาวะ
ควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์
อนุมูลอิสระนั้นไม่สมบูรณ์และมีแนวโน้มที่จะขโมยความสมบูรณ์มาจากโมเลกุลอื่นในร่างกาย
เพื่อที่จะทำให้ตัวเองมีเสถียรภาพ
เมื่ออนุมูลอิสระทำปฏิกิริยากับโมเลกุลที่แข็งแรงในร่างกายก็จะทำให้โมเลกุลที่แข็งแรงกลายเป็นอนุมูลอิสระ และก็จะไปไล่ขโมยความสมบูรณ์ต่อเรียกว่าปฏิกิริยาลูกโซ่ของการเกิดอนุมูลอิสระ
และนี่เองคือสาเหตุหลักของความเสียหายของเซลล์
การเกิดริ้วรอยก่อนวัยและโรคภัยไข้เจ็บ อาทิเช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง
รวมถึงความเสื่อมทั้งมวลในร่างกาย ฯลฯ
โดยสารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระก็คือเบต้าแคโรทีนซึ่งพบมากในหัวแครอท
สาหร่ายเกลียวทองมีเบต้าแคโรทีนเข้มข้นมากกว่าแครอทถึง 25 เท่า เบต้าแคโรทีนในสาหร่ายเกลียวทองเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณภาพสามารถช่วยชะลอความแก่ต้านทานโรคแห่งความเสื่อม และสร้างภูมิต้านทานโรคได้
4.สร้างเลือด
สาเหตุหลักที่พบในผู้ป่วยทั่วไปเมื่อเริ่มมีปัญหาที่กระเพาะอาหารย่อยช้าอาหารเน่าเสียทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ลดลงเลือดจึงขาดประสิทธิภาพ
ดังนั้นการทานสาหร่ายเกลียวทองจะช่วยเพิ่มสารอาหารเข้าสู่ตับ
ตับจะสร้างเลือดจากสารอาหารที่ได้เพิ่มมากขึ้น
เลือดที่มีมากขึ้นจะไหลเวียนสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย
สาหร่ายเกลียวทองมีวิตามินบี 12 สูงถึง 200
ไมโครกรัม ต่อสาหร่าย 100 กรัม คือมีมากกว่าไข่ไก่ถึง 100 เท่า และมากกว่าตับวัว 2.5 เท่า
ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
5.บำรุงตับ
ตับคืออวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมีหน้าที่ต่างๆมากมายเช่น ผลิตเลือด , ผลิตน้ำดี (ย่อยไขมัน) , ทำลายสารพิษ , สะสมไกลโคเจน (พลังงานสำรอง ของร่างกาย) แต่การใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน
ต้องเผชิญกับปัจจัยที่ทำให้ตับต้องทำงานหนัก
เมื่อตับทำงานหนักและเสื่อมลง
ตับก็จะเอาของเสียออกจากร่างกายได้น้อยร่างกายก็จะเริ่มทรุดโทรมเสื่อมสภาพเพราะของเสียตกค้างอยู่ในร่างกายมาก
สังเกตความเสื่อมของตับได้จากผิวหนังที่หมองคล้ำ (คล้ายคนอด นอน)และตาขาวเหลืองขุ่นหรือตาแดง
คนไข้บางท่านก็มีอาการบ้านหมุนน้ำในหูไม่เท่ากัน
สาหร่ายเกลียวทองเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับฟื้นฟู ตับ เพราะเนื้อเยื่อของตับประกอบด้วยสารประเภทโปรตีนถึง 70% ซึ่งใกล้เคียงกับโปรตีนที่มีอยู่ในสาหร่ายเกลียวทองที่มีมากถึง 70% เช่นกัน (มากกว่าไข่ไก่และเนื้อสัตว์ 2-3 เท่า)
ดังนั้นในการฟื้นฟูเซลล์ของตับที่เสียหายต้องใช้โปรตีนในการซ่อมแซมอีกทั้งสาหร่ายเกลียวทองสามารถย่อยง่ายและ ดูดซึมได้ถึง
95% ดังนั้น
ตับก็จะได้โปรตีนและสารอื่นๆจำนวนมากเพื่อไปซ่อมแซมเซลล์ตับ
และไม่ต้องทำงานหนักในการกำจัดของเสีย ตับก็สามารถฟื้นฟูตัวเองได้เร็ว
วิธีรับประทาน : ตื่นเช้า 5 เม็ด + น้ำ 2 แก้ว
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด ก่อนนอน 30 นาที
เลขที่ อ.ย. 13-1-02950-1-0021
ขนาดและราคา
1 ขวด 30 เม็ด ราคา 340 บาท
สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ที่
โทร. 064-549-366 , 095-163-9336
อีเมล์ : kunnut59@gmail.com














.jpg)








.jpg)


.jpg)
.jpg)






